"แพคโคลบิวทราโซล" เป็นสารเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ที่อยู่ในกลุ่มโครงสร้างสารเคมี: ไตรอะโซล (Triazole chemical structure) มีฤทธิ์ทางยา 2 ลักษณะ คือ เป็นสารป้องกันกำจัดโรคพืช (Fungicide) และเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต (Plant growth regulator มีชื่อย่อว่า PGR หรือ พีจีอาร์)
แพคโคลบิวทราโซล แม้มีฤทธิ์ทางยาเป็นสารป้องกันกำจัดโรคพืช แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากมีฤทธิ์ทางการรักษาและปกป้องโรคพืชต่ำมากแม้ใช้ในอัตราที่สูง ส่วนสารในกลุ่มเคมีไตรอะโซลที่มีฤทธิ์ทางป้องกันและกำจัดโรคพืช เช่น ไดฟิโนโคลนาโซล, โพรพิโคนาโซล, เฮกซะโคลนาโซล, ทีบูโคนาโซล, ไซโปรโคนาโซล, อีพ็อกซี่โคนาโซล, ฟลูซิลาโซล, มัยโคลบิวทานิล, เตตระโคนาโซล, ไตรอะดิมีฟอน เป็นต้น
แพคโคลบิวทราโซล มีคุณสมบัติหลักคือ เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต หรือ PGR มีกลไกออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ฮอร์โมน “จิบเบอเรลลิน” ของพืช ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตด้านการเจริญของกิ่ง ก้าน ลำต้น ใบ (ความเยาว์วัย) ในกระบวนการแบ่งเซลล์ของพืช (Vegetative growth - cell division) โดยชะลอหรือยับยั้งการเจริญ จึงจัดอยู่ในหมวดหมู่ “สารควบคุมการเจริญเติบโต กลุ่มย่อย ; สารชะลอการเจริญเติบโตของพืช”
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงนิยมใช้เพื่อชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโต เช่น
1. การลดขนาดทรงพุ่มในไม้ดอกไม้ประดับ
2. ชะลอการเจริญของบอนไซ
3. ใช้ในองุ่น ฝ้าย
4. พริก มะเขือเทศ (หลักๆ ผมใช้ในการควบคุมการเจริญระยะต้นกล้าไม่ให้สูงเกินไป เมื่อยังไม่พร้อมย้ายกล้าปลูกและอายุต้นกล้ามากกว่า 22-25 วัน)
5. ข้าว พ่นเพื่อลดความสูงของต้นข้าว โดยพ่นก่อนข้าวตั้งท้อง 19-21 วัน
6. ไม้ผล พ่นเพื่อส่งเสริมการออกดอกนอกฤดูหรือเพื่อการออกดอกที่สม่ำเสมอและพร้อมเพรียงกันของไม้ผล เช่น มะม่วง ทุเรียน ส้ม ส้มโอ มะนาว โดยพ่นในระยะใบเพสลาด ซึ่งเป็นช่วงที่ใบยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ไขเคลือบผิวใบ (แว๊กซ์ ; Wax) ยังอ่อนนิ่ม ไม่หนา และมีช่องว่างระหว่างชั้นไขเคลือบผิวใบหลวมๆ สารแพคโคลฯ จึงซึมซาบเข้าสู่ใบได้ดีกว่าในใบแก่ สำหรับในมะม่วงการใช้สารแพคโคลฯ ดั้งเดิมใช้ราดทางดิน เนื่องจากดูดซึมได้ดีกว่าการพ่นทางใบ ส่วนในทุเรียนการราดทางดินจะทำให้รากชะงักงัน เป็นปม และทำให้ต้นทรุดโทรมได้ง่าย จึงนิยมใช้พ่นทางใบ
โดยส่วนตัวไม่มีประสบการณ์การใช้ลักษณะนี้ และไม่เคยทดสอบ ดังนั้นจึงกล่าวได้ไม่เต็มปากนัก แต่ให้ข้อสังเกตุดังนี้
แพคโคลบิวทราโซล 25% : เป็นชนิดน้ำครีม ซึ่งอาจเข้าใจกันว่า“สารเนื้อครีมเป็นสารละลาย” เมื่อละลายในน้ำจะได้เป็นสารละลายหรือสารเนื้อเดียวกับน้ำ แต่นั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
สารเนื้อครีม อันที่จริงคือสารในรูปผงที่ละเอียดกว่าสารผงทั่วไป และแขวนลอยอยู่ในของเหลว (ของเหลวส่วนใหญ่เป็นน้ำ) ซึ่งบางผลิตภัณฑ์อาจเติมสารช่วยให้แขวนลอย เพื่อกันสารตกตะกอนนอนก้นขวด
เมื่อผสมกับน้ำ สารเนื้อครีมก็ยังคงได้ลักษณะเหมือนสารผง คือ เป็นสารแขวนลอยอยู่ในน้ำ และอาจมีสารบางส่วนละลายน้ำได้
แอลกอฮอล์ และเหล้าขาว (35 และ 40 ดีกรี) : มีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลาย เช่นเดียวกับสารทำละลายบางชนิด เช่น ไซลีน, คีโตน, เอสเทอร์, อีเทอร์, ไกลคอลอีเทอร์, ไวท์ออยล์ หรือพาราฟินออยล์
ดังนั้น หากผู้ที่ใช้แพคโคลบิวทราโซลผสมกับเหล้าขาว แล้วพบว่า ส่งเสริมการออกดอกได้ดีกว่าไม่ผสมเหล้าขาว นั้นอาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ในเหล้าขาวช่วยทำละลายสารแพคโคลบิวทราโซล ให้ละลายน้ำได้ดีขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นก็เป็นไปได้
นั้นอาจเพราะคุณสมบัติทางกายภาพของสารแพคโคลบิวทราโซล อาจไม่คงตัวได้นานในสภาพสารละลายในน้ำมัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่า การใช้แพคโคลบิวทราโซล มาผสมกับแอลกอฮอล์แล้วพ่นทางใบทันทีจะทำให้สารเสื่อมสภาพ แต่ในที่นี้หมายถึง ผสมแล้วจัดเก็บไว้นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี ไม่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์แพคโคลบิวทราโซล จึงนิยมทำออกมาในรูปสารผงและสารเนื้อครีม (ก็เป็นได้)
*หมายเหตุ: พาราฟินออยล์ และไวท์ออยล์ เป็นไขมันที่ได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม มีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
การใช้แพคโคลบิวทราโซลพ่นทุเรียนเพื่อส่งเสริมการออกดอกจะพ่นในช่วงเวลาคล้ายกับพืชอื่น คือ พ่นในระยะใบเพสลาด (ใบพวง ในภาษาชาวสวนมะม่วง) ของใบชุดสุดท้ายก่อนการออกดอก ปกติหลังพ่นแพคโคลฯ ในไม้ผล ราวๆ 45-60 วัน ไม้ผลจะออกดอก แต่ในบางครั้ง บางฤดู บางพืช หลังพ่นแพคโคลบิวทราโซล 21-30 วัน ก็สามารถออกดอกได้
อัตราแนะนำจากงานวิจัยฯ แนะนำพ่นสารแพคโคลบิวทราโซล ที่ระดับความเข้มข้น 1,000-1,500 ppm (หรือ 1,000-1,500 มิลลิกรัมของสารแพคโคลฯ ต่อน้ำ 1 ลิตร) โดยพ่นให้เป็นละอองฝอยให้ทั่วใบเพสลาด ไม่พ่นจนเปียกโชก และควรพ่นในระยะแดดไม่แรง หรือไม่พ่นในสภาพอากาศร้อนจัดจนเกินไป
แพคโคลบิวทราโซล 10% : ความเข้มข้น 1,000-1,500 ppm จะเท่ากับการผสมแพคโคลฯ 10% ในอัตรา 2-3 กก.ต่อน้ำ 200 ลิตร
แพคโคลบิวทราโซล 15% : ความเข้มข้น 1,000-1,500 ppm จะเท่ากับการผสมแพคโคลฯ 15% ในอัตรา 1.3-2 กก.ต่อน้ำ 200 ลิตร
แพคโคลบิวทราโซล 25% : ความเข้มข้น 1,000-1,500 ppm จะเท่ากับการผสมแพคโคลฯ 25% ในอัตรา 800-1,200 ซี.ซี.ต่อน้ำ 200 ลิตร
**นอกจากนี้ ยังมีการประยุกต์ใช้แพคโคลบิวทราโซล ในอัตราต่ำกว่าคำแนะนำดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากพฤติกรรมการพ่นสารในลักษณะเปียกโชก (จนสารย้อยไหลเป็นทางตกลงพื้นดิน) เช่น แพคโคลฯ 25% อัตรา 400-600 ซี.ซี.ต่อน้ำ 200 ลิตร เป็นต้น
Mardubai by James Thirasak
มือถือ. 082-353-5156
อีเมล. thirasak.chuchoet@gmail.com
ร้านหัวถนนการเกษตร-289
เลขที่ 52/4 ถ.นครศรีฯ-ปากพนัง ต.ในเมือง
อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
80000